จักรา สี และเสียง

วิธีพื้นฐานตามหลักตรรกวิทยา ของการใช้ผลึกแก้วคริสตัล ในการบำบัดรักษาโรคก็คือ การนำสีต่างๆ ของคริสตัลมาใช้ สีต่างๆ ก็คือความถี่ ของการเคลื่อนไหว ทางกายภาพที่เราได้พบ ในทุกหนทุกแห่ง ซึ่งมีผลกระทบต่อเราในทุกวินาที ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ลองหยุดอ่านบทความนี้สักพัก แล้วมองไปรอบตัวคุณ จะได้เห็นสีต่างๆ มากมาย สภาพที่เป็นของสีนั้น เกิดขึ้นมาจากความคิดสร้างสรรค์ และสีนั้น ก็เกิดมาจากเสียง ทั้งนี้เนื่องมาจากเสียงนั้น เป็นสิ่งประดิษฐ์ขั้นแรกสุด ดังคำพูดที่ว่า "ในตอนแรกนั้นมีแต่โลก" "และจากนั้นก็มีแสงสว่าง" หรือก็คือ มีสีต่างๆ ในสเปคตรัมที่สมบูรณ์

การบำบัดรักษาโรคด้วยสี หรือการบำบัดโรคด้วยภาพพิมพ์สีจากหินนั้น เป็นศาสตร์โบราณที่ใช้สีต่างๆ ในสเปคตรัม มาช่วยในการนำร่างกายของเรา กลับไปสู่ความถี่ ความสอดคล้อง และความแข้มแข็งมีสุขภาพดี ตามหลักปรัชญาของการรักษาโรคด้วยสีแล้วนั้น เชื้อโรคต่างๆ จะถูกเปลี่ยนแปลง หน้าที่ไป ซึ่งนั่นก็คือการที่ร่างกายของเราเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ต่อความตึงเครียด ไม่ว่าความเครียดนั้น จะเกี่ยวข้องทางเคมี เครื่องจักรกล หรือเกี่ยวข้องกับความร้อน การใช้ความถี่ที่เหมาะสมถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดยผ่านอาหาร ยา หรือรังสีต่างๆ จะช่วยทำให้คนเรามีสุขภาพที่ดีได้
แต่การที่คุณจะเข้ามาทำความเข้าใจเรื่องของการบำบัดโรคโดยใช้สีนั้น คุณไม่จำเป็นต้องไปทำการค้นคว้าวิจัยย้อนหลังไปถึงศาสตร์ และวิธีการรักษาแบบโบราณ ของชาวอินเดีย เปอร์เซีย และอียิปต์ และไม่ต้องศึกษาเรื่องของการรักษาด้วยรังสีแบบสมัยใหม่ด้วย เพียงแต่คุณเปรียบเทียบ สีที่มองเห็นจากขยะ กับสีของดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น คุณจะได้เรียนรู้ถึงอิทธิพลของสีต่างๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกของเรา

สำหรับตัวฉันเองแล้ว ทำตามคำแนะนำในหนังสือเกี่ยวกับวิธีทำให้ตัวเอง เป็นคนไวต่อความรู้สึก ในการรับสีที่ฉันอ่าน ฉันใส่สีขาว เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม เพื่อกำจัดโปรแกรมต่างๆ เกี่ยวกับสีที่อยู่ในร่างกายออกไป เพื่อทำให้กระบวนการรับความคิดของเราดีขึ้น และในสัปดาห์ต่อๆ มา ฉันใส่สีใดสีหนึ่ง อาทิตย์ละสี และมุ่งเน้นความรู้สึกของฉันไปที่ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ได้ประสบมา ซึ่งจากการทดลองนี้ ทำให้ปรับตัว เข้ากับสีต่างๆ ของคริสตัลได้ดีขึ้น

ตำรา แต่ละตำราให้สีแต่ละจักรา หรือจุดพลังนั้น แตกต่างกัน แต่ฉันพบวิธีที่ง่าย และได้ผลดีที่สุดในการใช้คริสตัล และจุดพลังนั้น ก็คือการใช้สีที่มีอยู่ในสเปคตรัม ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ต่อไปนี้คือความเคลื่อนไหวของสี และเสียง ฉันใช้ในการบำบัดโรค และการเพื่อพลังให้กับคริสตัล

สีน้ำตาล เป็นสีแห่งโลก ความสำนึกผิด ความเสียใจ ความโดดเดี่ยว ความซื่อสัตย์ และความตรงไปตรงมา เป็นสีของทะเลทราย สีน้ำตาล และสีแดง เป็นสีที่ทึบมากที่สุด และเป็นสีที่เชื่อมโยงเข้ากับจุดพลังในส่วนที่เป็นจุดราก

สีแดง เป็นสีแห่งอารมณ์ และความรู้สึกที่รุนแรง เป็นสีแห่งการกระทำ ความรู้สึก และความมีชีวิตชีวา สีแดงที่เราใช้กัน ในวันวาเลนไทน์เป็นสีที่แสดง ถึงความรักที่คนรักมอบให้แก่กัน ในประเทศจีน และรัสเซียเชื่อกันว่าสีแดงเป็นสีแห่งโชคลาภ นอกจากนี้ยังเป็นสีที่แสดงให้เห็นถึงชีวิต กำลังใจ ความหวัง ความมีจิตใจโอบอ้อมอารี และความแข็งแรงทรหด เป็นสัญลักษณ์ของผู้นำ และผู้ควบคุมดูแล เป็นสีแห่งธาตุไฟนั่นเองที่เชื่อมโยงกับจุดราก ซึ่งเป็นจุดพลัง ในร่างกายเป็นฐานของพลังทางเพศ หรือคุนดาลินี เสียงที่มากระตุ้นสีแดง และจุดพลังรากนี้ได้ก็คือเสียง "โอ"

สีส้ม เป็นสีแห่งความรู้สึก อารมณ์ ความรัก ความมีสติปัญญา และการแข่งขัน สีส้มนี้คือความมีชีวิตชีวาของสีแดง และความมีเชาว์ปัญญา ของสีเหลือง ผสมอยู่ สีส้มแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ ความคึกคะนอง ความคิดสร้างสรรค์ กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา มีใจกว้างโอบอ้อมอารีย์ และชอบเข้าสังคม ชาวจีน และญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นสีแห่งความรัก เพราะเกี่ยวข้องกับจุดช่องท้องซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของอารมณ์ความรู้สึก และเสียงที่มากระตุ้นสีสัม และจุดช่องท้องได้ก็คือเสียง "เอ"

สีเหลือง เป็นสีแห่งจิตใจ ดังนั้นจึงเป็นสีของนักคิด และนักปรัชญา เป็นสีแห่งความร่าเริงแจ่มใส มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นสีแห่งการเดินทาง ของวิญญาณ ความศรัทธา ความมั่นคง เจริญรุ่งเรือง และมั่งคั่งร่ำรวย สีเหลืองจะเชื่อมโยงไปที่จุดพลังที่สะดือ ซึ่งจะมีพลังขึ้นมาก็ต่อเมื่อมีเสียง "ฮารา" มากระตุ้น

สีเขียว เป็นสีแห่งชีวิต การเกิดใหม่ ความอุดมสมบูรณ์ ความรัก ความสนุกสนาน และการบำบัดรักษา สีเขียวนั้นจะแสดงให้เห็นถึงพลัง ความเป็นหนุ่มสาว การเติบโต ความหวัง และความมีชีวิตใหม่ ช่วยในการทำจิตใจให้สงบเยือกเย็น และช่วยปลอบใจได้ มันจึงเชื่อมโยงกับจุดหัวใจ โดยที่มีสีชมพู หรือก็คือสีแดงอ่อนมาเป็นตัวกระตุ้นจุดพลังนี้ และเสียงที่ใช้ในการกระตุ้นจุดหัวใจคือเสียง "อา"

สีน้ำเงิน เป็นสีแห่งสวรรค์ ความหวัง ความมีใจบุญ ความบริสุทธิ์ และซื่อสัตย์ จงรักภักดี เป็นสีแห่งความเป็นจริง การอุทิศตน ความสงบ และความจริงใจ เป็นสีแห่งสมาธี และการขยายพลังของจิตวิญญาณ สีน้ำเงินนั้น ช่วยในการทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ช่วยควบคุมจุดลำคอ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการแสดงออก ทางอารมณ์ความรู้สึก และความคิดสร้างสรรค์ เสียงที่ช่วยกระตุ้นสี และจุดพลังจุดนี้คือเสียง "ฮู"

สีคราม เป็นสีแห่งความทรงเกียรติ ความถูกต้อง ความยุติธรรม การควบคุมอารมณ์ การทำงานที่เกี่ยวกับจิต และงานที่สร้างสรรค์ เป็นสีแห่งความสง่าผ่าเผย มีลักษณะของจิตวิญญาณ ส่วนสีม่วง เป็นสีแห่งความมีพรสวรรค์ในทางศิลปะ เป็นสัญลักษณ์แห่งนักร้อง นักเต้นรำ นักเขียน กวี และนักบำบัดโรค ช่วยให้มีความมั่นใจ เป็นคนที่เข้มแข็ง และมุ่งมั่น สีครามจะควบคุมกระแสจิต ของร่างกายที่ละเอียดอ่อน และคอยควบคุม จุดกึ่งกลางหน้าผาก หรือที่เรียกว่าจุดดวงตาที่สาม เสียงที่จะมากระตุ้นสีคราม และจุดดวงตาที่สามนี้ได้คือเสียง "ดี"

สีม่วง ของดอกไวโอเลตเป็นสีแห่งเทพ หรือนักบุญ เป็นสีที่แสดงถึงความสนับสนุนส่งเสริม ความซื่อสัตย์จงรักภักดี และอุทิศตนเพื่อความรัก สีม่วง เป็นสีที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และความจรรโลงใจดังสีที่ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกของโลก กล่าวไว้ว่า "อำนาจ และพลังงานแห่งสมาธินั้น จะเพิ่มขึ้นได้ถึงสิบเท่า ถ้าสมาธินั้น เกิดขึ้นภายใต้แสงสีม่วงที่ตกลงมากระทบกระจกภายในโบสถ์อันเงียบสงบ" สีม่วงเป็นสีแห่งจิตวิญญาณ และการบำบัดรักษา ซึ่งนักบุญเจอร์แมน เคยได้รับการรักษาด้วยรังสีสีม่วงมาแล้ว สีม่วงจึงเป็นสีที่ควบคุมจุดศีรษะ โดยมีเสียง "อึม" เป็นตัวกระตุ้นจุดศีรษะ

สีขาว เป็นสีที่อยู่ในทุกๆ สี เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ และความดี

สีดำ คือการปรากฎตัวของสี ซึ่งผลึกแก้วสีดำนั้น จะเป็นเครื่องป้องกันอันตรายจากความชั่วร้าย ความกลัว อำนาจที่เหนือธรรมชาติ และความพินาศได้ดีที่สุด