ระบบพลังงาน
ระบบของมนุษย์ ก็คือระบบเครือข่ายพลังงาน
จุดศูนย์รวมพลังงานนั้นมีอยู่ 7 แห่ง หรือที่เราเรียกว่า "จักระ" ซึ่งจุดทั้ง 7 จุดนี้อยู่ตามจุดต่างๆ บนกระดูกสันหลัง จุดพลังแต่ละจุด เป็นเสมือนกระสวน ของพลังงานแห่งชีวิต ที่เต้นเป็นจังหวะ จะขยายแผ่กว้างออกไปสู่ร่างกายภายนอก และเปล่งแสงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ของเสียงสะท้อนออกไป ซึ่งเรารู้จักกัน ในนามของบรรยากาศที่แพร่ออกจากตัวบุคคล หรือรัศมีของคนนั่นเอง
เวลาที่อวัยวะต่างๆ ที่เกี่ยวกับจุดพลังนั้น เป็นกายภาพ จุดพลังเหล่านั้น ก็จะไม่เป็นกายภาพ มันจะกลายมาเป็นเซลล์ของพลังงาน ที่จะปล่อยกระแสชีวิต เข้าไป คือของเหลวที่กระดูกสันหลัง เจ้าของเหลวนี้ จะไหลเข้าไปอยู่ในส่วนในสุดของสันหลัง และเข้าทำหน้าที่ควบคุมระบบประสาท หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันจะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุม ระบบไฟฟ้าในร่างกาย ในส่วนที่เป็นระบบประสาทส่วนกลาง
ความคิด อารมณ์ และความรู้สึกต่างๆ เริ่มเกิดขึ้นในจุดศูนย์กลางพลังงานทั้ง 7 จุดนี้เอง แล้วค่อยกระจายออกไป และไปมีอิทธิพลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการเผาผลาญอาหาร ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบขับถ่าย และระบบสืบพันธุ์
จากการวัดระดับปริมาณพลังงาน และจากประสบการณ์ จึงยืนยันได้ว่าจักรา หรือศูนย์รวมพลังทั้ง 7 นั้น มีอยู่จริง (ตั้งอยู่ในต่อมไธมัส หรือต่อมหน้าอก) หรือก็คือ ศูนย์กลางของความรักนั่นเอง จุดนี้จะเป็นแหล่งที่เกิดของความรัก ที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความรักที่มีให้กับตัวตนภายใน และความเป็นมนุษย์ ของตนเอง นอกจากนี้จุดพลังงานนี้ ยังเป็นศูนย์กลางของความรักที่บริสุทธิ์ และความเมตตาเห็นอกเห็นใจด้วย ความถี่ของจุดศูนย์หัวใจนั้น จะสะท้องแสงสีเขียว และสีชมพู
เวลาที่ฉันไม่สามารถแสดงความรู้สึกนึกคิดบางอย่าง ของตัวเองออกมาได้ ฉันจะมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามันมีก้อนอะไรสักก้อน มาติดอยู่ลำคอ แต่เวลาที่ฉันร้องเพลง ฉันรู้สึกว่าลำคอของฉัน มันเปิดโล่งสบายใจ และฉันก็รู้สึกดี ซึ่งจุดลำคอ (ตั้งอยู่ในต่อมไทรอยด์) เป็นจุดศูนย์กลาง ของการแสดงความรู้สึกนึกคิด ออกมาเป็นคำพูด จุดนี้เป็นฐานสำหรับการสื่อสาร การสร้างสรรค์ทางศิลปะ และวิทยาศาสตร์ ดนตรี และวรรณคดี มันเป็นแหล่งกำเนิด ของเสียงที่เราพูดกับตัวเราเอง (ซึ่งก็คือ เสียงจากภายใน เสียงเตือน และสั่งสอนตัวเอง และเสียงการประกาศการยอมรับตัวเอง) เป็นจุดที่เราจะได้มีโอกาสพูดกับความจริง ได้ระบายสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในจิตใจ และความรู้สึกนึกคิดของเรา สีที่จะสะท้อน กับความถี่ของจุดพลังจุดนี้ คือสีฟ้า หรือสีน้ำเงินอมเขียวแบบเทอร์ควอยซ์
แล้วเวลาที่ฉันคิด นิ้วชี้ของฉันก็จะชี้ไปที่ตำแหน่งกลางหน้าผาก ซึ่งก็คือ "จุดดวงตาที่สาม" (ตั้งอยู่ในต่อมใต้สมอง) หรือที่เราเรียกว่า ศูนย์กลางการรับรู้ เป็นที่ตั้งของจิตที่มีสติ และภาพจินตนาการต่างๆ จุดนี้เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่าง ไปสู่จิตวิญญาณที่ฉันได้รับรู้ ถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ช่วยทำให้แยกแยะ ความเป็นจริง ออกจากภาพลวงตาได้ สีที่จะมาควบคุมจุดพลังจุดนี้ได้คือสีคราม หรือสีม่วง
เมื่อฉันพูดว่าฉันเป็น พลังงานจาก "จุดศีรษะ" ก็จะถูกปล่อยออกมา จุดศีรษะนี้อยู่ในต่อมพีนิลในสมองซึ่งเป็นที่อยู่ของวิญญาณในตัวเรา รัศมีรอบศีรษะ ของนักบุญ และผู้มีบุญทั้งหลายนั้น เป็นพลังงานที่แผ่กระจายมาจากศูนย์กลาง ที่เกี่ยวกับจิตใจ ที่เปิดกว้าง และเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จุดศูนย์กลางนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึง การสอดคล้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า เราสามารถติดต่อกับแหล่งกำเนิด และพระเจ้าได้โดยผ่านจุดพลังจุดนี้ และสีที่จะใช้กระตุ้นความถี่ ของจุดพลังนี้คือ สีม่วง และสีขาว
เวลาที่ฉันพูดว่าฉันทำได้ ฉันจะรู้สึกได้ถึงพลังงานใน "จุดเส้นประสาทที่โยงใยในร่างกาย" (ตั้งอยู่บนม้าม) หรือที่เราเรียกว่า ศูนย์กลางพลังอำนาจ จุดนี้เป็นจุดที่กระตุ้นความรู้สึก ให้เกิดกำลังใจ และความมั่นใจในตัวเอง จุดนี้เป็นจุดศูนย์กลางของตัวเอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความสมบูรณ์ทางวัตถุ และความร่ำรวย สีเหลืองทองจะเป็นสีที่ควบคุม และสะท้อนความถี่ของจุดพลังนี้
เวลาที่ฉันมีความต้องการ ฉันจะรู้สึกถึงพลังใน "จุดช่องท้อง" (อยู่ในต่อมลูกหมาก) ซึ่งก็คือจุดศูนย์กลาง ของความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง จุดนี้เป็นแหล่ง อารมณ์ ความรู้สึกที่ไร้สติ ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในเรื่องเพศ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ และลูก และความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก สีประจำจุด พลังนี้คือสีส้ม
เวลาที่ฉันพูดว่าฉันทำอยู่ ฉันรู้สึกว่าพลังงานไหลมาจากส่วนฐาน ของกระดูกสันหลัง ซึ่งก็คือแหล่งกำเนิดของคุนดาลินี หรือไฟมังกร จุดพลังงานจุดนี้ เรียกว่า "จุดราก หรือจุดต้นตอ" (ตั้งอยู่ในต่อมอดีนัล) เป็นจุดศูนย์กลางของการอยู่รอด และความปลอดภัย และเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง ทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย สุขภาพ การเคลื่อนไหว งาน เงิน และสัญชาติญาณแบบสัตว์ จุดพลังจุดนี้ จะเป็นจุดเชื่อมโยงเข้ากับโลก สีที่จะสะท้อน จุดพลังนี้คือสีแดง หรือสีเข้มอื่นๆ เช่นสีน้ำตาล และสีดำ
ร่างกายของคนเราจะมีสุขภาพดี และมีความเป็นหนึ่งเดียวได้ ก็ต่อเมื่อจุดพลังทั้ง 7 ในร่างกายของเราเปิดกว้างเต็มที่ และสีทั้ง 7 ในสเปคตรัมได้สะท้อน พลังความถี่ของมันออกมา แล้วรวมตัวเข้าเป็นหนึ่งเดียว กับธรรมชาติ และโลก ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ ก็จะเกิดความไม่สมดุลขึ้นในระบบภายในของเรา ซึ่งจะแสดงออกมาสู่ระบบภายนอก และกลายเป็นอาการเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นเอง
ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้อ ยู่ในระเบียบวินัย ตัวอย่างของวินัยตามธรรมชาติ ได้แก่ การขึ้น - ลงของดวงอาทิตย์ ซึ่งจะขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทาง ทิศตะวันตกอยู่เป็นประจำ แนวโคจรของดาวเคราะห์ในแกแลกซี ก็มีระเบียบ และมีความสอดคล้องกันตามธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาตินั้น อยู่ในระเบียบ และมีความกลมกลืนสอดคล้องกัน เช่นความถี่ของสีทั้ง 7 ในสเปกตรัมนั้น ก็จะไปสอดคล้อง กับความถี่ของวันทั้ง 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ สอดคล้องกับตัวโน๊ตทั้ง 7 และสีของสายรุ้งทั้ง 7 สี การสร้างศาสตร์ที่ว่าด้วยเสียงดนตรีขึ้นมานั้น ก็ถือเป็นกฎระเบียบของจักรวาลด้วย
สภาพของจุดพลังทั้ง 7 นั้น ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกที่เกี่ยวข้อง และการกระทำ ซึ่งทั้งหมดนี้จะไปมีอิทธิพลต่อนิสัย และพฤติกรรมที่สร้างบุคลิกภาพ และภาพพจน์ของความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน เช่นคนที่ติดอยู่ในจุดพลังจุดราก จะเป็นพวก "ผู้ที่อยู่รอด" ซึ่งก็จะเป็นพวกที่มีชีวิตเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น ส่วนคนที่มุ่งความสนใจไปที่จุดช่องท้อง จะเป็นพวก "มักมากในกาม" ซึ่งคนพวกนี้จะมีชีวิตอยู่ เพียงเพื่อความพอใจในสิ่งที่สนองความต้องการของเขา ได้แก่ อาหาร กิจกรรมทางเพศ การผูกมัดทางอารมณ์ และความร่ำรวยทางวัตถุ และคนที่เน้น ไปที่จุดเส้นประสาทในร่างกายจะเป็นพวก "ชอบการแข่งขัน" และมีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีอารมณ์อ่อนไหว สะเทือนใจง่าย และเป็นคนก้าวร้าว ที่มักจะต้องการเห็นตัวเองดีกว่า เหนือกว่าคนอื่นๆ
จุดพลังที่ดีที่สุด ที่ควรจะได้รับอำนาจ คือ จุดหัวใจ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลาง ที่เชื่อมโยงจุดศูนย์กลางที่สูงกว่า และต่ำกว่าเข้าด้วยกัน เวลาที่หัวใจเราเปิดนั้น พลังงานจะไหลไปสู่จุดอื่นๆ ในร่างกาย รูปของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายนั้น ถูกวาดขึ้นมาจากแสงสว่างที่ส่องมาจากจุดหัวใจ ของเทพเจ้าเหล่านั้น เพื่อแสดงสถานนะของความเป็นเทพเจ้า ที่พวกเขาเข้าใจ พระเยซูนั้น ให้ความสำคัญกับเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของจุดหัวใจ เราเห็นได้จากคำกล่าว ของพระเยซูที่ว่า "ให้ความรักเพื่อนบ้านของท่านเท่าๆ กับที่ท่านรักตัวท่านเอง"
การเปิดจุดหัวใจนั้น จะทำให้ตัวเรากลายเป็นผู้รัก ซึ่งเป็นจริงตามบทวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายที่ว่า "ความรักคือทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่" ฉันได้เข้าร่วมสัมมนา ที่ละเอียดลึกซึ้งมาครั้งหนึ่ง ในการสัมมนาครั้งนี้มีการสอนวิธีการเข้าสู่สมาธิแห่งความตาย ผู้ร่วมสัมมนาทุกคนได้เรียนรู้ และสัมผัสกับข้อมูลปลีกย่อย ของความตาย หลังจากสัมมนาแล้วทุกคนต่างก็ค้นพบว่า พลังที่สำคัญเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่หลังการตาย ก็คือความรัก ฉันคิดว่าวันใด ที่หัวใจเราเต็มไปด้วยความรัก วันนั้นจะเป็นวันที่ดีเหมาะที่เราจะตาย
จุดหัวใจนั้นเปรียบเสมือนเป็นประตูไปสู่จุดลำคอซึ่งเป็นจุดที่สูงกว่า และเวลาที่จุดลำคอของเราเปิด เราจะกลายเป็นบุคคลที่กล้าแสดงออก
การเปิดของจุดดวงตาที่สาม ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่มองเห็นอนาคตได้ ส่วนการเปิดจุดศีรษะนั้นจะทำให้เรากลายเป็นผู้รู้
เราจะสามารถสร้างความสมดุลย์ขึ้น ในระบบร่างกายของเรา และเป็นผู้มีสุขภาพดีได้ ก็ต่อเมื่อพลังงานในจุดต่างๆ ของเราไหลเวียนอย่างสะดวก และมีอิสระ และเวลาที่สีต่างๆ ทุกสีสะท้อนออกมาในความถี่สมบูรณ์ เราก็จะได้เจ้าแสงสีขาว ซึ่งเป็นแสงที่เกิดจากการรวมตัวของสีทั้ง 7 และแสงสีขาวนี้เอง ที่จะแผ่รัศมีออกมาจากตัวตนที่แท้จริง ซึ่งใสเหมือนผลึกแก้วของเรา หรือก็คือตัวตนภายในของเรานั่นเอง
ตารางต่อไปนี้แสดงคำนิยามของจุดพลังทั้ง 7 ในเรื่องของลักษณะ ความหมาย ที่ตั้ง และพลังงานในแต่ละจุด และบอกให้เรารู้ว่า คริสตัลชนิดใด ที่จะมาควบคุม หรือรวมพลังในจุดต่างๆ เหล่านี้
|
จุดศีรษะ (ส่วนบนสุดของศีรษะ) ในต่อมพีนิล เป็นจุดศูนย์กลางของจิต และวิญญาณ เป็นศูนย์กลางของวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และเป็นจุดที่เชื่อมโยง เราเข้ากับแหล่งกำเนิด (sources); เป็นการเริ่มต้นใหม่ของจิตวิญญาณมีการเชื่อมโยงกับเทพเจ้า; เป็นเสมือน เครื่องกรองเจตนารมณ์ของเรา ซึ่งจะไปมีผลกับบุคลิกภาพ และชีวิตประจำวันของเรา (พลอยสีม่วง, หินเขี้ยวหนุมานใสๆ, เฮลิโอดอร์, เซเลไนท์, เพชร) ลักษณะของบุคคลที่ไม่มีที่สิ้นสุด; ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า; สันติสุข; สติปัญญา |
|
| จุดที่ 6 (สีคราม) | จุดดวงตาที่สาม (กึ่งกลางระหว่างคิ้ว) ในต่อมใต้สมอง ศูนย์กลางการรับรู้; เป็นรากฐานของความมีสติ และการรับรู้; การจินตนาการ; ศูนย์กลางการมองเห็น; หน้าต่างที่ จะนำเข้าสู่จิต ความสามารถในการแยกแยะภาพลวงตาออกจากความเป็นจริง (พลอยสีม่วง; ฟลูออไรท์; โซดาไลท์; ไพลิน) จิตใต้สำนึกที่จะนำทางไปสู่พลังในการหยั่งรู้, สภาพจิตที่สมดุลย์, การเห็นความดีพร้อม ของเทพเจ้า ในทุกสิ่งทุกอย่าง, การอุทิศตนด้วยความเลื่อมใสบูชา |
|
| จุดที่ 5 (สีน้ำเงิน) | จุดลำคอ (บริเวณลำคอ) ในต่อมไทรอยด์ จุดศูนย์กลางการแสดงความรู้สึกนึกคิด และการสื่อสาร; ความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ, วิทยาศาสตร์, ดนตรี, วรรณคดี, ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม, เสียงจากภายในตัวตน, การอบรมสั่งสอนตัวเอง, การประกาศยืนยันตนเอง, การพูดความจริง, สติปัญญาที่เกิดจากการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษา, ความสามารถทางเพศ, การแสดงออกทางความคิด โดยการใช้คำพูด (หินเทอร์ควอยซ์สีน้ำเงินอมเขียว, อะความารีน, เซเลไนท์สีฟ้า, ไพลิน) ความสามารถในการใช้คำพูด, การแสดงความรู้สึกนึกคิด และความจริงโดยใช้พลังแห่งถ้อยคำ |
|
|
จุดหัวใจ (บริเวณหัวใจ) ต่อมไธมัส ศูนย์กลางความรัก และความเมตตากรุณา; เป็นแหล่งพลังงานชั้นสูงของจิตวิญญาณ เป็นตัวตนภายใน เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความรักที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค เป็นพลังงานที่เกิดจากการสัมผัส การเห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นตัวเชื่อมโยงเข้ากับสังคม (ควอตซ์สีดอกกุหลาบ, คุนไซท์, แร่ทองแดง, อะมาซอนไนท์, เขียวส่อง, มรกต, โกเมนสีชมพู, แคลไซท์สีชมพู) ปลดปล่อย หรือบรรเทาบาดแผลทางอารมณ์ความรู้สึก ความมีสำนึกในจิตใจ และวิญญาณ การแสดงออกด้วยการกระทำ |
จุดพลังส่วนล่าง : บุคลิกภาพ หรือความถือตนเป็นที่ตั้ง
| จุดที่ 3: (สีเหลือง) | จุดเส้นประสาทที่โยงใยในร่างการ (บริเวณสะดือ) ในม้าม ศูนย์กลางอำนาจ ธาตุไฟ พลังอำนาจ ความถือตนเป็นที่ตั้ง บุคลิกภาพ ความมั่นใจในตัวเอง พลังจากความนุ่มนวล ความเชื่อว่า "ฉันทำได้" ระดับความรู้สึกจากภายใน (ซิตริน บุษราคัม แคลไซท์สีน้ำผึ้ง หินตาเสือ อำพัน) การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การย่อยทางร่างกาย และสติปัญญา |
| จุดที่ 2 : (สีส้ม) | จุดช่องท้อง (บริเวณใกล้อวัยวะสืบพันธุ์) ในต่อมลูกหมาก ศูนย์กลางทางเพศ สภาพภายในมดลูก การอบรมสั่งสอน ความดึงดูดใจกันระหว่างบุคคล ความรู้สึก และสิ่งที่มองไม่เห็น พลังงานจากดวงจันทร์ จิตวิญญาณ และความฝัน การกลมกลืนเข้ากับผู้อื่น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก คนรัก (ทับทิม อำพัน คาร์นีเลียน) การใช้ประโยชน์จากพลังแห่งการสร้างสรรค์ในทุกๆ ด้าน การให้กำเนิดจิตวิญญาณชั้นสูง การควบคุมตนเองไปสู่การอุทิศตน |
| จุดที่ 1 : (สีแดง) | จุดราก (บริเวณฐานของกระดูกสันหลัง) ในต่อมอดีนัล ศูนย์กลางความอยู่รอด และพลังงานจากโลก 3 โลก ภายนอก การเคลื่อนไหว การทำงาน ความมีหลักฐาน การเชื่อมโยงกับโลก การป้องกัน การมีชีวิตรอด ความปลอดภัย สัญชาตแบบสัตว์ ความรู้เกี่ยวกับร่างกาย (โกเมน ทับทิม คาร์นีเลียน บลัดสโตน กาลีนา สโมกกีควอตซ์) อำนาจจิตพื้นฐานภายในร่างกายที่จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขในโลกทางกายภาพได้ |
|













